อ่านแล้วเป็นไง รู้สึกหยอง ๆ มั้ย
นรก" ในซิมบับเว [7 ก.ค. 51 - 19:43] "ผู้นำ" ที่ถูกรุมประณามมากที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้หนีไม่พ้นประธานาธิบดี "โรเบิร์ต กาเบรียล มูกาเบ" แห่งสาธารณรัฐซิมบับเว ผู้กลับกลายจาก "วีรบุรุษ" มาเป็น "ทรราช" http://203.151.217.76/news.php?section=international04&content=96076<http://203.151.217.76/news.php?section=international04&content=96076><http://www.thairath.com/news.php?section=international04&content=96076> "สิงห์เฒ่า" มูกาเบ วัย 84 ปี กุมอำนาจมาตลอด 28 ปี ตั้งแต่ซิมบับเวได้รับเอกราชจากอังกฤษ เดิมมีอาชีพเป็นครูประถม แต่มุมานะเรียนต่อจนจบมหาวิทยาลัย ได้ปริญญาถึง 7 ใบ สมัยซิมบับเวยังเป็น "โรดีเซียใต้" มูกาเบเป็นผู้นำกองโจรมาร์กซิสม์ เคยติดคุกถึง 10 ปี ก่อนนำพลพรรคทำสงคราม 7 ปี จนรัฐบาลคนผิวขาวชนส่วนน้อยนำโดยนายเอียน สมิธ ซึ่งอังกฤษหนุนหลังยอมทำข้อตกลงสันติภาพ ส่งผลให้ซิมบับเวได้รับเอกราชในปี 2523 มูกาเบได้รับเลือกตั้งเป็นนายกฯ 2 สมัย จากนั้นได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในปี 2533 ยุคแรกๆ เศรษฐกิจซิมบับเวรุ่งโรจน์ การเกษตรฟูเฟื่องจนได้ฉายา "อู่ข้าวอู่น้ำของแอฟริกา" ต่อมามูกาเบสั่งกวาดล้างกบฏใน จ.มาตาเบเลแลนด์อย่างโหดเหี้ยม คนตายหลายพัน จึงถูกมหาอำนาจตะวันตกนำโดยอังกฤษคว่ำบาตร ซิมบับเวยิ่งถูกโดดเดี่ยวหนักขึ้นหลังมูกาเบสั่งยึดไร่นาของคนผิวขาว ที่เคยทำรายได้หลักให้ชาติมาแจกจ่ายให้คนผิวดำชนส่วนใหญ่ โดยไร้มาตรการรองรับในปี 2543 ทั้งถูกคว่ำบาตร การเกษตรก็ล่มเพราะคนดำทำไร่ทำนาไม่เป็นและไร้ทุนรอน เศรษฐกิจซิมบับเวก็เลยล่มสลายกลายเป็นตัวปัญหาของกาฬทวีป ปัจจุบัน ซิมบับเวมีอัตราเงินเฟ้อสูงที่สุดในโลกถึง 2,000,000% ราคาขนมปังแพงขึ้นกว่าเมื่อ 3 เดือนก่อนถึง 150 เท่า อัตราคนว่างงานสูงปรี๊ดกว่า 80% อัตราคนติดเชื้อเอชไอวีสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก แต่ละสัปดาห์มีคนตายด้วยโรคเอดส์กว่า 3,200 คน ชาวซิมบับเวหลายล้านคนต้องหนีไปอาศัยชาติเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะแอฟริกาใต้ ล่าสุดเพิ่งถูกจัดอันดับเป็นประเทศที่ไร้ความสุขที่สุดในโลก แม้วิกฤติรุมเร้า แต่มูกาเบยังหวงอำนาจ การเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาและประธานาธิบดีสมัยที่ 6 เมื่อ 29 มี.ค.ปีนี้ เขาพ่ายแพ้ให้พรรคเอ็มดีซี ฝ่ายค้าน นำโดยนายมอร์แกน สแวนกิไร แต่ไม่มีใครชนะเด็ด ขาด ต้องมีการเลือกตั้งรอบ 2 เมื่อ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา ระหว่างนั้น ลิ่วล้อของมูกาเบคุกคามเข่นฆ่า ผู้สนับสนุนนายสแวนกิไรตายไปนับร้อยศพ สแวนกิไรต้องถอนตัวจากการเลือกตั้งหนีไปลี้ภัยในสถานทูตเนเธอร์แลนด์ แต่มูกาเบเดินหน้าจัดการเลือกตั้งต่อไปและประกาศตนเป็นผู้ชนะแบบไร้คู่แข่ง ท่ามกลางเสียงก่นด่าจากประชาคมโลก เหล่าผู้นำสหภาพแอฟริกัน (เอยู) 53 ประเทศแตกแยกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นผู้นำสูงวัยและมีปูมหลังเป็นเผด็จการที่เลวร้ายคล้ายกันพยายาม "อุ้ม" มูกาเบ อีกฝ่ายเป็นผู้นำรุ่นใหม่ที่สนับสนุนประชาธิปไตย และฝักใฝ่มหาอำนาจตะวันตกเพื่อหวังผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ส่วนอังกฤษและสหรัฐอเมริกากดดันให้คณะมนตรียูเอ็น มีมติคว่ำบาตรลงโทษรัฐบาลมูกาเบหนักยิ่งขึ้น การต่อสู้ระหว่างยักษ์ใหญ่ผู้คุมแค้นกับจอมเผด็จการผู้ดื้อรั้นคงไม่จบง่ายๆ แต่ไม่ว่าใครจะชนะ...ประชาชนซิมบับเวคือผู้แพ้ราบคาบโดยไม่มีสิทธิ์ต่อสู้!!! บวร โทศรีแก้ว --~--~---------~--~----~------------~-------~--~----~ คุณได้รับข้อความนี้เนื่องจากคุณได้เป็นสมาชิกเข้าร่วม Google Groups กลุ่ม "EvilWhisky" To post to this group, send email to [email protected] ถ้าท่านไม่ต้องการเป็นสมาชิก, ส่ง email ถึง [EMAIL PROTECTED] หรือ [EMAIL PROTECTED] ดูเมลเก่าๆได้ที่หน้า http://groups.google.co.th/group/evilwhisky?hl=th -~----------~----~----~----~------~----~------~--~---
