From: [EMAIL PROTECTED]: [EMAIL PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]: FW: บทความน่าอ่านDate: Wed, 17 Sep 2008 08:46:20 +0000 From: [EMAIL PROTECTED]: [EMAIL PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]: [EMAIL PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]: บทความน่าอ่านDate: Tue, 16 Sep 2008 18:12:17 +0700 วันนี้ไม่มีอะไรตื่นเต้น same same แต่มีบทความดีๆ มาให้อ่าน ใครเคยอ่านแล้วก็ลองอ่านซ้ำอีกซักทีก็ดี > > > > ทุกท่าน> > > > มีบทความน่าอ่านมากๆ> > > > > > (ที่สำคัญเหมาะกับช่วงเวลานี้ด้วย)> > .....มาให้อ่านกันนะครับ> > > > > > > > ใครอ่านแล้วบังเกิดสติ> > ก็ขออนุโมทนาบุญด้วย...สาธุ> > > > > > > > > > ลูกชายนักธุรกิจใหญ่มีชื่อเสียงระดับประเทศคนหนึ่งเพิ่งสำเร็จการศึกษากลับมาจากเมืองนอก> > > > > > > > > > ยังไม่ทันทำงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันก็ถูกผู้เป็นแม่ขอร้องให้บวชเรียนเสียก่อน> > > > > > เพื่อเห็นแก่แม่..บัณฑิตใหม่หมาดๆจากเมืองนอกจึงบวชอย่างเสียไม่ได้> > > > > > > > เมื่อบวชที่วัดใหญ่ในกรุงเทพฯแห่งหนึ่งเสร็จแล้ว> > > > > > ผู้เป็นแม่จึงพาไปฝากให้จำพรรษาอยู่กับพระวิปัสสนาจารย์รูปหนึ่งที่วัดป่าแถวภาคอีสาน> > > > > > > > > > พระหนุ่มการศึกษาสูงมาจากตระกูลผู้ดีมีแต่ความสุขสบายเมื่อมาอยู่วัดป่ากว่าจะปรับตัวได้จึงใช้เวลานานเป็นแรมเดือนแต่ก็นั่นแหละกว่าจะนิ่งก็ทำเอาพระร่วมวัดหลายรูปพลอยอิดหนาระอาใจไปตาม> > > > > > ๆ กัน> > > > > > ปัญหาที่ทำให้พระทั้งวัดเหนื่อยหน่ายจนนึกระอาก็เพราะพระใหม่มีนิสัยชอบจับผิด> > > > > > และชอบอวดรู้ยกหู> > ชูหางตัวเองอยู่เป็นประจำ> > > > > > > > วันแรกที่มาอยู่วัดป่าก็นึกเหยียดพระเจ้าถิ่นทั้งหลายว่าไม่ได้รับการศึกษาสูงเหมือนอย่างตน> > > > > > ออกบิณฑบาตได้อาหารท้องถิ่นมาก็ทำท่าว่าจะฉันไม่ลง> > > > > > เห็นที่วัดใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าดแทนไฟฟ้าก็วิพากษ์วิจารณ์เสียเป็นการใหญ่หาว่าล้าสมัย> > > > > > ไม่รู้จักใช้เทคโนโลยี่> > ตอนหัวค่ำมีการทำวัตรสวดมนต์เย็นก็บ่นว่า> > > > > > ท่านรองเจ้าอาวาสทำวัตรนานเหลือเกินกว่าจะสิ้นสุดยุติได้ก็นั่งจนขาเป็นเหน็บชาครั้นพอถึงเวรตัวเองล้างห้องน้ำเข้าบ้างก็ทำท่าจะล้างอย่างขอไปทีล้างไปบ่นไป> > > > > > > > > > ประเภทตูจบปริญญาโทมาจากเมืองนอกต้องมาเข้าเวรล้างห้องน้ำร่วมกับใครก็ไม่รู้> > > > > > > > > > โอ้ชีวิต!> > > > > > ความสำรวยหยิบโหย่งทำให้พระใหม่ไม่พอใจสิ่งนั้นสิ่งนี้ถือดี> > > > > > ว่าตัวเองมีชาติตระกูลสูง> > > > > > มีการศึกษาสูงกว่าใครในวัดนั้นผิวพรรณก็ดูสะอาดสะอ้านชวนเจริญศรัทธากว่าพระรูปไหนทั้งหมดมองตัวเองเปรียบกับพระรูปอื่นแล้วช่างรู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าทุกประตู> > > > > > นึกแล้วก็ยิ้มกระหยิ่มอยู่ในใจกลับเข้ากุฏิเมื่อไหร่ก็เอา> > > > > > ปากกามาขีดเครื่องหมายกากบาทบนปฏิทินนับถอยหลังรอวันสึกด้วยใจจดจ่ออยู่มาได้พักใหญ่พระใหม่อดีตนักเรียนนอกก็สังเกตเห็นว่าท่านเจ้าอาวาสวัดป่าแห่งนี้ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา> > > > > > ซ้ำนานๆครั้งจะออกมาให้โอวาทกับลูกศิษย์เสียทีหนึ่ง> > วัน ๆ> > > > > > ไม่เห็นท่านทอะไรเอาแต่กวาดใบไม้> > เก็บขยะ ซักผ้าเอง> > > > > > (เณรน้อยก็มีไม่รู้จักใช้)> > > > > > สอนก็ไม่สอนการบริหารวัดก็มอบให้ท่านรองเจ้าอาวาสเป็นคน> > > > > > จัดการไปเสียทุกอย่าง> > > > > > เห็นแล้วเลยนึกร้อนวิชา> > > > > > เสนอให้ปรับโน่นลดนี่สารพัดที่ตัวเองเห็นว่าไม่เข้าท่าล้าสมัย> > > > > > รวมทั้งให้เสนอให้วัดใช้ไฟฟ้าแทนตะเกียงด้วยอีกข้อหนึ่งเพราะตนเห็นว่ายุคสมัยก้าวไกลมามากแล้ว> > > > > > ไม่ควรจะทำตนเป็นคนหลังเขาให้คนอื่นเขาดูถูก> > > > > > อีกหนึ่งในข้อวิจารณ์จุดด้อยของวัดทั้งหลายเหล่านั้นพระใหม่เสนอให้> > > > > > หลวงพ่อเจ้าอาวาส> > มีปฏิสัมพันธ์กับพระลูกวัดให้มากขึ้นกว่านี้> > > > > > สอนให้มากขึ้นเทศน์ให้มากขึ้น> > > > > > และแนะนำว่าคนระดับผู้บริหารไม่ควรจะทำงานอย่างการซักจีวรเองเป็นต้นด้วยตนเอง> > > > > > > > > > ควรจะกระจายอำนาจมอบงานให้คนอื่นทำดีกว่าเย็นวันนั้นเป็นวันพระสิบห้าค่ำหลวงพ่อเจ้าอาวาสมานั่งทำวัตรที่โบสถ์ธรรมชาติกลางลานทรายด้วย> > > > > > ท่านไม่ลืมที่จะหยิบข้อเสนอแนะจากพระใหม่มาอ่านให้พระหนุ่มสามเณรน้อย> > > > > > ทั้งหลายฟังแต่ท่านไม่บอกว่าพระรูปไหนเป็นคนเขียนอ่าน> > > > > > > > จบแล้วหลวงพ่อก็ยิ้มอย่างมีเมตตาพลางหยิบไมโครโฟนขึ้นมาแล้วชี้ให้ภิกษุหนุ่มสามเณรน้อยทั้งหลายดูหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่งที่นอนอยู่ใต้ม้าหินอ่อนตัวหนึ่งจากใต้ต้นอโศกที่อยู่> > > > > > ใกล้ๆเธอทั้งหลายเห็นหมาขี้เรือนตัวนั้นหรือไม่> > > > > > เจ้าหมาตัวนั้นน่ะมันเป็นขี้เรื้อน> > คันไปทั้งตัว> > > > > > ฉันเห็นมันวิ่งวุ่น> > ไป มาทั้งวัน> > > > > > เดี๋ยวก็วิ่งไปนอนตรงนั้นเดี๋ยวก็ย้ายมานอนตรงนี้> > > > > > อยู่ที่ไหนก็อยู่ไม่ได้นานเพราะมันคัน> > แต่พวกเธอรู้ไหม > > > > > > > > เจ้าหมาตัวนั้นน่ะมันไปนอนที่ไหนมันก็นึกด่าสถานที่นั้นอยู่ในใจหาว่าแต่ละที่ไม่ได้ดั่งใจตัวเองสักอย่าง> > > > > > > > > > นอนที่ไหนก็ไม่หายคันสถานที่เหล่านั้นช่างสกปรกสิ้นดีคิดอย่างนี้แล้วมันจึงวิ่งหาที่ที่ตัวเองนอนแล้วจะไม่คัน> > > > > > แต่หาเท่าไหร่มันก็หาไม่พบสักที> > > > > > เลยต้องวิ่งไปทางนี้ทางโน้นอยู่ทั้งวัน> > > > > > เจ้าหมาโง่ตัวนั้นมันหารู้สักนิดไม่ว่า> > > > > > เจ้าสาเหตุแห่งอาการคันนั้นหาใช่เกิดจากสถานที่เหล่านั้นแต่อย่างใดไม่> > > > > > แต่สาเหตุแห่งอาการคันอยู่ที่โรคของตัวมันเองนั่นต่างหาก> > > > > > > > พูดจบแล้วหลวงพ่อก็วางไมโครโฟนลงเป็นสัญญาณให้รู้ว่า> > > > > > ได้เวลาภาวนาหลังการทำวัตรสวดมนต์เย็นแล้วขณะที่ทุกรูปนั่งหลับตาภาวนาอย่างสงบนั้นในใจของพระใหม่กลับร้อนเร่าผิดปกติ> > > > > > นอกสงบ> > > > > > แต่ในวุ่นวายนึกอย่างไรก็มองเห็นตัวเองไม่ต่างไปจากหมาขี้เรื้อนที่หลวงพ่อชี้ให้ดู> > > > > > ยิ่งนั่งสมาธินานๆ> > ยิ่งคันคะเยอในหัวใจ> > > > > > ทั้งอายทั้งสมเพชตัวเองนับแต่วันนั้นเป็นต้นมาพระใหม่อดีตนักเรียนนอกก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน> > > > > > จากคนพูดมากกลายเป็นคนพูดน้อย> > > > > > จากคนที่หยิ่งยโสกลายเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน> > > > > > จากคนที่ชอบจับผิดคนอื่นกลายเป็นคนที่หันมาจับผิดตัวเอง> > > > > > > > เมื่อออกพรรษาแล้วโยมแม่มาขอให้ลาสิกขาเพื่อกลับไปสืบต่อธุรกิจจากครอบครัวท่านก็ยังไม่ยอมสึก'อาตมาเป็นหมาขี้เรื้อน> > > > > > ขออยู่รักษาโรคจนกว่าจะหายคันกับครูบาอาจารย์ที่นี่อีกสักหนึ่งพรรษา'> > > > > > > > โยมแม่ได้ฟังแล้วก็ได้แต่ยกมืออนุโมทนาสาธุการกราบลาพระลูกชาย> > > > > > แล้วก็เดินออกจากวัดไปขึ้นรถพลางนึกถามตัวเองอยู่ในใจว่าคำว่า> > > > > > หมาขี้เรื้อน> > ของพระลูกชายหมายความว่าอย่างไรกันแน่หนอถ้าเรายังเป็น> > > > > > โรค อยู่ในใจ ไม่ > > พอใจอะไรซักอย่าง> > เงินเดือนน้อย> > > > > > หน้าที่การงานไม่พัฒนา> > ตำแหน่งไม่ไปไหน> > ไม่ว่าเราย้ายงาน > > > > > > ไปที่ไหน> > เราก็ไม่พอใจ> > สถานที่เหล่านั้นไม่ดี> > คนไม่ได้เรื่อง > > > > ทั้ง ๆ> > ที่เราไม่เคยได้ดูตัวเองเลยว่า> > เราพัฒนาการทำงานของเรามั้ย> > > > > > ขวนขวายหาความรู้หรือเปล่า> > > > > > ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับหมาขี้เรื้อนตัวนั้นเลย> > ************ ********* > > > > ********* ********* ********* > > > > > > > > ขอบุญจากธรรมทานนี้จงถึงแก่นายเวรและผู้ปกปักรักษาดูแลช่วยเหลือข้าพเจ้าและครอบครัว> > > > > > > > > > ที่มาถึงตัวทุกภพภูมิขอบุญนี้จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าถึงพระนิพพานในชาติปัจจุบันหากไม่ถึงเพียงใดให้ขอให้คำว่าไม่มี> > > > > > ไม่รู้ในสิ่งที่ดี> > จงอย่าได้ปรากฏแก่ข้าพเจ้า> > ขอให้เกิดในภพภูมิ> > > > > > เขต> > ประเทศที่มีพระพุทธศาสนาประดิษฐานอย่างมั่นคง> > > > > > และได้ศึกษาพระธรรม> > ได้อย่างเข้าใจถ่องแท้> > ลึกซึ้ง> > > > > > ตลอดจนกว่าจะเข้าพระนิพพานด้วยเทอญ.> > > > > > 'เมื่อขึ้นใหญ่ได้อำนาจ> > > > > > อย่าโกงชาติประชาชน> > เปิดช่องให้ชั่วฉล > > มาปล้นชาติปล้นแผ่นดิน> > > > > > > > > > จงรู้อยู่รู้พอเพียง > > จงฟังเสียงผู้ค้านคัด> > > > > > จงถือธรรมเป็นบรรทัด > > จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน> > '> > > > > > > > .......................................> > > > โดย เนาวรัตน์> > > > > > พงษ์ไพบูลย์ แบ่งปันช่วงเวลาพิเศษของคุณด้วย Photo Gallery Windows Live Photo Gallery แบ่งปันช่วงเวลาพิเศษของคุณด้วย Photo Gallery Windows Live Photo Gallery _________________________________________________________________ See how Windows Mobile brings your life together—at home, work, or on the go. http://clk.atdmt.com/MRT/go/msnnkwxp1020093182mrt/direct/01/
