From: [EMAIL PROTECTED]: [EMAIL PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]; [EMAIL 
PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]; [EMAIL 
PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]: สูตรยาดีDate: Tue, 14 Oct 
2008 16:09:07 +0700






 
 


From: sudaporn [mailto:[EMAIL PROTECTED] Sent: Monday, October 13, 2008 1:11 
PMTo: [EMAIL PROTECTED]; 'nanthawan'; Rungkan; Wipawan Thingakrue; [EMAIL 
PROTECTED]; [EMAIL PROTECTED]; 'pojchara'; Pornpimon Bourneam; [EMAIL 
PROTECTED]; siratcha; [EMAIL PROTECTED]: FW: สูตรยาดี
 
 
 

 







>     
> สรรพคุณของพืขผักแต่ละชนิดว่ามีคุณประโยชน์ต่อการรักษาได้อย่างไรไว้ในหนังสือชื่อ
>  ' >     ยามหัศจรรย์สำหรับคุณ ' เช่น >     1. ปวดหัว กินปลามากๆ ทั้งปลาทะเล 
> ปลาน้ำจืด >     น้ำมันจากปลามีสรรพคุณป้องกันการปวดหัว กินพร้อม ๆ กับขิง จ 
> ะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวลง > >     2. แพ้ละออง เป็นแพ้ทั้งฝุ่นและเกสรดอกไม้ 
> ให้กินโยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยว >     3. โรคหัวใจ ดื่มชาเขียว เป็นประจำ 
> สารในชาเขียวช่วยป้องกันไม่ให้ไขมัน >     ไปจับตัวตามผนังหลอดเลือด > >     4. 
> โรคนอนไม่หลับ ดื่มน้ำผึ้ง เป็น ประจำ >     
> สารในน้ำผึ้งมีฤทธิ์เป็นยากล่อมประสาททำให้นอนหลับฝันดี > >     5. โรคหืดหอบ 
> กินหอม ต้นหอม หรือ หัวหอม ก็ได้มีตัวยาทำให้หลอดลมปลอดโปร่ง > >     6. 
> โรคไขข้ออักเสบ กินปลาเท่านั้น แก้ไขเป็นปกติได้ ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลาทูน่า >    
>  ( ปลาโอ) ปลาแมคเคอเรล ปลาซาดีนส์ ( ปลากระป๋อง ) >     
> น้ำมันปลาทำให้โรคไขข้ออักเสบบรรเทาลง > >     7. ท้องผูก ท้องอืด ให้กินกล้วย 
> หรือ ขิง กล้วยทำให้ไม่ท้องผูก >     และขิงทำให้อาการคลื่นไส้ในตอนเช้าหายไป > 
> >     8. ติดเชื้อในถุงกระเพาะปัสสาวะ ให้ กินน้ำคั้นจากลูกแคนเบอรี ( 
> ไม้เมืองหนาว) >     กรดเข้มข้นในลูกไม้ฆ่าแบคทีเรียได้ > >     9.. โรคหงุดหงิด 
> ฟุ้งซ่านโดยเฉพาะเกิดในผู้หญิงสูงอายุด้วย >     
> ให้กินข้าวโพดช่วยบรรเทาอาการเครียด วิตกกังวล และความคิดสับสนได้ > >     10. 
> โรคกระดูกพรุน ทั้งกระดูกเปราะและแตกง่าย แก้ไขได้โดยให้กินสับปะรด >     
> ซึ่งมีสารแมงกานีสอยู่มาก ช่วยให้กระดูกแข็งแรงได้ > >     11. ความจำเสื่อม 
> แก้ไขโดย กินหอยนางรม หอยแครงหรือหอยอื่น ๆ >     
> ซึ่งในเนื่อหอยมีสารสังกะสีช่วยบำรุงสมองได้ดี > >     12. เป็นหวัด กินกระเทียม 
> ทำให้จมูกโปร่ง สมองโล่ง >     กระเทียมช่วยลดไขมันในเลือดได้อีกด้วย > >     
> 13. ไอ จาม กินพริกแดง สารที่นำมาทำยาแก้ไอนั้นสกัดมาจากพริกแดง > >     14. 
> มะเร็งเต้านม กินข้าวสาลี รำข้าว และกะหล่ำปลีจะช่วยป้องกันได้ดี >     
> โดยเฉพาะรำข้าวกะหล่ำปลี >     
> ช่วยให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจนได้ในปริมาณที่เหมาะสม >     
> ข้อสำคัญอย่ากินไก่มาก เพราะใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนในการเร่งการเจริญเติบโต > >     
> 15. มะเร็งปอด กิน ส้ม และ ผักใบเขียว มีวิตามินเอ >     
> อยู่มากจะช่วยป้องกันการก่อพิษของสารเบต้าแคโรทีน > >     16 แผลในกระเพาะอาหาร 
> กินกะหล่ำปลี >     ซึ่งมีสารเคมีช่วยทำให้แผลเรื้อรังในกระเพาะอาหาร 
> และลำไส้เล็กหายขาดได้ > >     17. โรคท้องร่วง กินแอปเปิ้ลสดทั้งเปลือก >     
> ช่วยให้อาการปั่นป่วน ในท้องเมื่อเชื้อโรคบิดเล่นงานทุเลาลง > >     18. 
> เส้นเลือดตีบ กินผลอโวคาโด แก้ได้เพราะไขมันดี ' โมโรอันแซตเทอเรต ' >     
> ที่มีอยู่ในผลไม้ชนิดนี้ทำลายไขมันเลว ' คลอเลสเตอรอล ' ได้ > >     19. 
> ความดันโลหิตสูง กินผลโอลีฟ และผักขึ้นฉ่ายพืชทั้งสองชนิดนี้มีสารเคมี >     
> ทำให้ระดับความดันเลือดลดลง > >     20. น้ำตาลในเลือดไม่สมดุล กินผักบร็อกโรลี่ 
> และถั่วลิสง >     ซึ่งมีอินซูลินทำให้น้ำตาลในเลือดสมดุลได้ > >     
> พืชผักที่กินเป็นอาหารประจำวันนั้นนอกจากจะอิ่มท้องแล้วยังมีสรรพคุณช่วยสร้างความสมดุลภายในร่างกายช่วยป้องกันและรักษาโรคภัยไข้เจ็บชนิดต่างๆได้ถ้าได้เรียนรู้ที่จะรู้จักเลือกกินให้เหมาะกับตนเอง
>  >     คุณประโยชน์ของพืชสมุนไพร >     
> โดยเฉพาะพืชสมุนไพรไทยนั้นนับเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของคนไทยเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านในท้องถิ่นอันควรปกป้องหวงแหนและอนุรักษ์ไว้ให้เป็นมรดกแก่ลูกหลาน
>  >     
> ไทยขอให้ช่วยกันป้องกันไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของคนต่างชาติที่จ้องฉกฉวยผลประโยชน์จากทรัพย
>  ากรธรรมชาติของ >     เราไปเป็นของตนทุกวิถีทาง 
> ดังนั้นอนุชนรุ่นหลังจึงควรที่จะได้นำมาศึกษา ค้นคว้า >     
> และคิดค้นตามแนวทางที่บรรพบุรุษของเราท่านได้วางพื้นฐานไว้ให้เพื่อนำมาใช้ >     
> ให้เป็นประโยชน์ในด้านโภชนาการของคนไทยต่อไป. > >     
> อาการของการเกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย >     1. มะเร็งปากมดลูก อาการ 
> มีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ >     ที่ไม่ใช่เวลารอบเดือนปกติของคุณ 
> อาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ >     
> หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การตรวจโดยขูด >     
> เนื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าวไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะรู้ได้ > >     2. 
> มะเร็งในมดลูก อาการ มีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์ >     
> หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อหรือมีอาการบวมในช่องท้อง > >     3. 
> มะเร็งรังไข่ อาการ >     
> ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศสัมพันธ์ > & nbsp;   
> มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดและมีอาการ ปวดหลัง > > 
>     4. มะเร็งในเม็ดเลือด ( ลูคีเมีย) >     
> อาการเหนื่อยง่ายและมีอาการซีดเซียวกว่าปกติมักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียว >     
> หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุและมักจะเกิดร่วมกับอาหารปวดตามข้อต่าง
>  >     ๆ 
> ทั่วร่างกายบางครั้งจะท้องอืดและเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของช่องท้อง
>  > >     5. มะเร็งปอด อาการ มักมีอาการไอบ่อย ๆ >     
> มีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลายน้ำหนักลดอย่างฮวบฮาบ >     
> เจ็บหน้าอกและหายใจลำบากหรืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้ง ๆที่ไม่เคยเป็นมาก่อน > 
> >     6. มะเร็งตับ อาการ ปวดในช่องท้อง เบื่ออาหาร >     
> น้ำหนักลดตาและผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัดจนเห็นได้ชัด > >     7. 
> มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อาการ มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ > >     8. มะเร็งสมอง อา 
> การ ปวดศีรษะนาน ๆ >     
> และมักมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่นอาเจียนหรือการผิดปกติของการมองเห็น ตาพร่า >     
> และเห็นแสงเขียว ๆ แดง ๆ ลอยไปมาเวลาปวดศีรษะ อ่อนเพลียไม่มีแรง หรือ >     
> การเป็นลมโดยกะทันหันอวัยวะบางส่วนของร่างกายหยุดทำงานเช่นมีอาการชาและเป็นอัมพาตชั่วคราว
>  >     
> ควรให้ความระวังเป็นพิเศษหากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มีอาการเหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย
>  > >     9. มะเร็งในช่องปาก อาการ มีก้อนบวมอยู่ในปาก >     < SPAN 
> lang=TH>หรือทีลิ้นเป็นเวลานานมีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษาหรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือกเนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำหรือเป็นเวลานาน
>  > > >     10. มะเร็งในลำคอ อาการ เสียงแหบพร่าไปทันที >     
> มีก้อนบวมในทันทีทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบากหรือมีการขยายตัวของต่อมใน >    
>  ลำคอที่โตขึ้นจนสามารถจับและรู้สึกได้ > >     11. มะเร็งในกระเพาะอาหาร >     
> อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวด เร็วอาเจียนออกมาเป็นเลือดท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อย 
> บ่อย >     รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้องหรือรู้สึกตื้อ 
> แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ > >     12. มะเร็งทรวงอก >     
> อาการมีเลือดหรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนมบวมหรือผิวเนื้อทรวงอกหนาขึ้นมีก้อนบวมจนจับได้เมื่อคลำบริเวณใต้รักแร้
>  >     
> บางครั้งอาจมีตุ่มหรือสิวเกิดขึ้นที่เต้านมเป็นเวลานานควรระวังเพราะผู้หญิง 9 ใน 
> 10 >     คนจะมีอาการบวมของก้อนเนื้อบริเวณทรวงอก 
> โดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อมีอายุมากขึ้น >     
> เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังที่เรียกว่าซีสต์
>  >     ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้นให้ชัดเจนเสียก่อนว่าคืออะไรกันแน่ 
> > >     13. มะเร็งลำไส้ อาการ >     
> น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วมีอาการปวดท้องอย่างมากและระบบการย่อยผิดปกติมีเลือดออกปนมากับอุจจาระ
>  >     **** 
> ซึ่งมีวิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้วคือถ้าใ >     
> ช้กระดาษทิชชูซับแล้วเลือดมีสีแดงสดนั่นคือ >     อาการของริดสีดวงทวาร 
> แต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำนั่นคือ อาการของโรคมะเร็งในลำไส้ > >     14. 
> มะเร็งต่อมน้ำเหลือง >     
> อาการมีก้อนบวมเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ได้ >   
>   เกิดอาการติดเชื้อในบางส่วนของร่างกาย > >     15. มะเร็งผิวหนัง >     
> อาการมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพองที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็นเวลานานตลอดจนไฝหรือหูดที่โตขึ้นและมีการเปลี่ยนสีหรือรูปร่าง
>  >     ขนาด นอกจากนี้อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่ เรียกว่าเมลาโนมา >     
> (Melanoma) คือเนื้องอกที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่ เช่น >     
> กระจุดด่างหรือไฝถ้าคุณมีไฝมากกว่า 50 เม็ด >     
> ทั่วร่างกายหรือมีคนในครอบครัวที่มีประวัติว่าเคยเป็นโรคนี้มาก่อนคุณจะมีอัตราเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นๆ
>  >     ขอให้ท่านนำเรื่องนี้ไปบอกต่อเป็นวิทยาทาน ท่านจะโชคดีมีความสุขตลอดกาล > 
>     ตำรานี้ใช้แก้โรคมะเร็งผู้เป็นมะเร็งจะหายโดยไม่คาดคิด 
> สำหรับมะเร็งจะหายภายใน       6 วัน วิธีรักษา - ไปที่ร้านย าจีน ซื้อหัวเตย 1 
> ตำลึง หัวขิง 1 ตำลึง ก้อนเกลือ 3 ก้อน >     นำมารวมกันแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 1 วัน 
> ในน้ำ 1 ชาม จากนั้นให้ดื่มจนหมดชาม >     สรรพคุณในการรักษา - 
> หลังจากดื่มยานี้แล้วควรดื่มน้ำตามมาก ๆ >     นำส่วนที่เหลือมารับประทาน >     
> ยานี้จะขับเอาของเสียออกทางอุจจาระหรือปัสสาวะไม่ต้องตกใจ >     
> เป็นการขับของเสียออกหมดแล้วจะปกติ > >     *** ตำรานี้ห้ามซื้อขาย หรือคิดเป็น 
> เงินค่ารักษา >     และขออย่าได้เก็บไว้เป็นส่วนตัวโดยเด็ดขาด >     
> หากท่านผู้อื่นรับทราบด้วยใจศรัทธาและกุศลจิตของท่าน >     
> ท่านและครอบครัวจะประสบแต่ความสุข ความสมหวังทุกประการ > 



 
 
_________________________________________________________________
Stay up to date on your PC, the Web, and your mobile phone with Windows Live.
http://clk.atdmt.com/MRT/go/msnnkwxp1020093185mrt/direct/01/

Reply via email to