_____________________

Sompon Chanvaivit
Siam City Cement Public Co.,Ltd
Saraburi Operation
99 Moo 9 Friendship Highway, Tabkwang, Kaengkoi, Saraburi 18260 Thailand
Phone (66 36) 240-930 Ext.3601
Fax (66 36) 357-218
Mobile (66 81) 910-2936
E-mail
www.siamcitycement.com

(Embedded image moved to file: pic06900.gif)Please consider the environment
before printing this e-mail

This e-mail is confidential and intended only for the use of the above
named addressee.
If you have received this e-mail in error, please delete it immediately and
notify us by e-mail or telephone.
----- Forwarded by Sompon Chanvaivit/PLT3/SCCC/TH on 25/03/2009 11:41 AM
-----




                         เรื่อง “วิธีการใช้ยาอย่างถูกต้อง”

       1.       หลักการใช้ยาให้ถูกต้อง มีหลักการอย่างไรบ้าง


              หลักการใช้ยาให้ถูกต้อง มีอยู่ 4 ข้อด้วยกันคือ ใช้ยาให้ถูกโรค 
ถูกขนาด ถูกเวลา
 และถูกทาง


     2. อธิบายหลักการใช้ยาให้ถูกโรค ว่ามีลักษณะอย่างไร


 การใช้ยาให้ถูกโรค ต้องทราบก่อนว่า อาการที่เป็นนั้น มีสาเหตุมาจากสิ่งใด เช่น 
ปวดท้อง ก็ต้องรู้ว่า
 เกิดจากท้องเสีย หรือปวดท้องเพราะอาหารไม่ย่อย 
เนื่องจากยาที่ใช้รักษาจะไม่เหมือนกัน และต้องให้
 ยาให้ถูกกับอาการที่เป็นอยู่ด้วย


 การนำตัวอย่างยาหรือชื่อยามาซื้อยาเอาไปใช้เองนั้น 
ควรจะปรึกษาเภสัชกรก่อนที่จะซื้อยา เพราะผู้ซื้อ
 อาจจะเข้าใจว่ายาตัวนั้นช่วยรักษาอาการที่เป็นอยู่ได้ ตัวอย่างเช่น 
มีอาการคันแล้วนำตัวอย่างยาที่
 เพื่อนบ้านเคยใช้ยาตัวนี้ทาแก้คันแล้วหายมาขอซื้อ 
ซึ่งตัวยาที่นำมาซื้อเป็นยาแก้คันที่เกิดจากอาการแพ้
 ผื่นคัน แต่สำหรับตัวเองนั้นมีอาการคันจากเชื้อรา 
ดังนั้นยาที่ซื้อไปใช้ระงับอาการคันได้ แต่ไม่สามารถ
 ทำให้อาการคันนั้นหายขาด


 3. อธิบายหลักการใช้ยาให้ถูกขนาด ว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร


 ปริมาณยาที่ใช้ในแต่ละคนจะแตกต่างกัน เช่น ทารก เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ 
จะมีขนาดยาที่ใช้ไม่เท่ากัน
 นอกจากนี้ คนที่มีการทำงานของตับหรือไตบกพร่อง คนที่มีโรคประจำตัว 
คนที่ต้องรับประทานยาหลายตัว
 รวมกัน อาจจะต้องมีการปรับขนาดยาให้เหมาะสมในแต่ละราย บางคนลืมกินยาไปมื้อหนึ่ง 
แล้วไปกิน
 เพิ่มเป็น 2 เท่าในมื้อถัดไป ซึ่งเป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง 
ดังนั้นควรปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากยา
 หรือที่แพทย์และเภสัชกรแนะนำอย่างเคร่งครัด


 4. อธิบายความหมายของขนาดยา 1 ช้อนชา, 1 ช้อนโต๊ะ ที่ถูกต้อง


 1 ช้อนชา จะหมายถึง 5 ซีซี หรือ 5 มิลลิลิตร ส่วน 1 ช้อนโต๊ะ จะเท่ากับ 15 ซีซี 
สำหรับช้อนกาแฟ
 ที่เราใช้คนกาแฟนั้น มีความจุประมาณ 2-3 ซีซี เท่านั้น ดังนั้น 1 ช้อนชามาตรฐาน 
จึงประมาณเท่ากับ
 2 ช้อนกาแฟ ส่วนช้อนกินข้าวที่เราใช้คู่กับช้อนส้อมนั้น มีความจุประมาณ 7.5 ซีซี 
ดังนั้น 1 ช้อนโต๊ะ
 มาตรฐานจึงเท่ากับ 2 ช้อนกินข้าว ดังนั้นเวลาเราไปซื้อยาตามร้านยา 
ควรขอช้อนตวงยามาตรฐาน
 จากทางร้านด้วย และทางที่ดีควรมีถ้วยตวงยาที่มีมาตรฐานไว้ที่บ้าน จะได้มั่นใจว่า 
ทุกครั้งที่รินยารับ
 ประทานนั้นจะได้รับยาครบตามขนาดที่ต้องการจริงๆ


 5. อธิบายหลักการใช้ยาให้ถูกเวลา ว่ามีลักษณะอย่างไร


 จำนวนครั้งของยาแต่ละชนิดที่ให้ในวันหนึ่งๆ จะไม่เท่ากัน 
และยาบางชนิดต้องรับประทานอย่างต่อเนื่อง
 5-7 วัน บางครั้งอาจถึง 10 วัน เช่น ยาปฏิชีวนะหรือยาแก้อักเสบ ตัวอย่างยาเช่น 
อะม็อกซีซิลลิน
 ถ้าหากรับประทานยาไม่ครบตามเวลาที่กำหนด อาจจะทำให้เกิดการดื้อยาได้ 
เนื่องจากยาไม่สามารถ
 ฆ่าเชื้อได้หมด


 6. เวลาที่รับประทาน เช่น ก่อนอาหาร, หลังอาหาร ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร


 ก่อนรับประทานยา ต้องอ่านฉลากยาให้ละเอียด และปฏิบัติให้ถูกต้อง


 รับประทานยาก่อนอาหาร หมายถึง กินยาก่อนอาหาร 
บางคนกินยาเสร็จแล้วกินอาหารตามทันที ซึ่งไม่
 ถูกต้อง กลายเป็นกินยาพร้อมอาหารไป


 กินยาก่อนอาหารที่ถูกต้อง คือ กินก่อนอาหาร ½ - 1 ชั่วโมง 
เพราะยาพวกนี้ดูดซึมได้ดีขณะท้องว่าง
 ไม่ถูกขัดขวางโดยอาหาร หรือถูกทำลายโดยกรดในกระเพาะอาหาร


 รับประทานยาหลังอาหาร หมายถึง กินยาหลังอาหาร 15-30 นาที เพราะยาถูกดูดซึมได้ดี 
อาหารไม่
 รบกวนการดูดซึมยา หรือเป็นยาที่ถึงแม้จะถูกดูดซึมได้ดีในขณะท้องว่าง 
แต่มีฤทธิ์ระคายเคืองกระเพาะ
 อาหารมาก


 รับประทานยาพร้อมอาหาร หรือหลังอาหารทันที 
เป็นยาที่มีฤทธิ์ระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะอาหาร
 เช่น ยาแอสไพริน ยาแก้ปวดข้อกระดูก ยาสเตียรอยด์ หากรับประทานขณะท้องว่าง 
จะทำให้ปวดท้อง
 คลื่นไส้ อาเจียนได้ ดังนั้นจึงต้องกินหลังอาหารทันที หรือดื่มน้ำตามมากๆ 
เพื่อช่วยให้ยาเจือจางลง


 มียาบางอย่างที่ไม่เจาะจงเวลา ว่าจะกินก่อนหรือหลังอาหาร เช่น อะม็อกซีซิลลิน 
ท่านจะเลือกกิน
 เวลาใดก็ได้ เพราะ อาหารไม่มีผลต่อการดูดซึมของยา แต่ควรกินตามเวลาที่กำหนด เช่น 
ทุก 8
 ชั่วโมง เป็นต้น


 รับประทานหลังอาหาร 1 และ 3 ชั่วโมง เช่น ยาลดกรด จะทำให้ได้ผลดีที่สุด


 รับประทานยาก่อนนอน หมายถึง ให้รับประทานก่อนนอน ตอนกลางคืน วันละ 1 
ครั้งเท่านั้น ไม่ว่าจะ
 นอนวันละกี่ครั้งก็ตาม


 7. อธิบายหลักการใช้ยาให้ถูกทาง ว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร


 ยามีรูปแบบแตกต่างกัน แต่ละชนิดมีวิธีการใช้ยาที่แตกต่างกัน 
จึงจำเป็นต้องรู้วิธีและใช้ให้ถูกต้อง


 ยาเม็ดหรือแคปซูล ต้องกลืนยาทั้งเม็ดหรือทั้งแคปซูลพร้อมน้ำ 
ไม่ควรเคี้ยวเม็ดยาหรือแกะยาออกจาก
 แคปซูล แต่สำหรับยาที่เขียนว่า “เคี้ยวก่อนกลืน” เช่น ยาลดกรดหรือยาขับลมชนิดเม็ด 
ต้องเคี้ยวให้
 ละเอียดก่อนกลืนพร้อมกับน้ำ เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีรวดเร็ว


 ยาเม็ดหรือแคปซูลที่ออกฤทธิ์เนิ่นนาน รับประทานวันละ 1 หรือ 2 ครั้ง 
ส่วนใหญ่จะห้ามหักแบ่งครึ่งยา
 เพราะจะทำให้ยาเสียคุณสมบัติในการออกฤทธิ์เนิ่นนาน 
และอาจทำให้ยาถูกดูดซึมเร็วจนทำให้ได้รับยา
 เกินขนาด มีบางชนิดเท่านั้นที่สามารถหักแบ่งครึ่งได้ แต่ทุกชนิดห้ามเคี้ยว 
หรือบดยาโดยเด็ดขาด


 ยาผงชนิดรับประทาน ถ้าเป็นชนิดที่ต้องละลายน้ำก่อน ต้องละลายน้ำก่อน 
ห้ามรับประทานผงแห้งแล้วดื่ม
 น้ำตาม จะทำให้ได้ยาไม่ครบขนาด ยาบางอย่างจะพองตัวเมื่อถูกน้ำ 
ทำให้เกิดการอุดตันที่หลอดอาหาร
 ได้


 ยาครีมหรือเจล เป็นยาทาที่ผิวหนัง ควรทางบางๆ ไม่ต้องถูนวด 
เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคือง
 ได้ ยาแก้ปวดข้อ กล้ามเนื้ออักเสบชนิดครีมหรือเจล ไม่ต้องถูกนวด 
เพราะการถูนวดจะยิ่งทำให้เกิด
 การอักเสบมากขึ้น สำหรับยาที่ระบุให้ถูนวด เช่น ยาหม่อง เคาเตอร์เพน 
ควรถูนวดเพื่อเร่งการดูดซึม
 ยาให้ออกฤทธิ์ดีขึ้น


 ยาอม หมายถึง ยาที่ให้อมไว้เฉยๆ ไม่ต้องเคี้ยว ส่วนยาเม็ดสำหรับอมใต้ลิ้น 
รักษาอาการปวดเค้นหน้า
 อก ไม่ควรเคี้ยวยา กลืนยา หรือกลืนน้ำลายขณะอมยา


 8. วิธีละลาย ยาปฏิชีวนะชนิดผงแห้งที่ถูกวิธีทำอย่างไร


 มีขั้นตอนดังนี้
             1.       เคาะผงยาในขวดให้ร่วน เพื่อให้ผงยากระจายตัวไม่เกาะกัน 
เวลาเทน้ำ
             ลงไปจะได้ละลายได้ง่าย
             2.       ใช้น้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว หรือน้ำดื่มที่สะอาด ละลายยา 
ห้ามใช้น้ำร้อนหรือน้ำ
             อุ่น
             3.       เปิดฝาขวดยา เติมน้ำลงในขวดยาประมาณครึ่งขวด 
ปิดฝาขวดเขย่าให้ผง
             ยาเปียกทั่วและกระจายไม่จับเป็นก้อน
             4.       เปิดฝาขวดยาอีกครั้ง 
เติมน้ำลงในขวดจนถึงขีดที่กำหนดไว้บนขวดยา
             5.       ปิดฝาขวดยา เขย่าให้ยากระจายเข้ากันดี
             6.       ก่อนรินยา ต้องเขย่าขวดก่อนทุกครั้ง 
ยาที่ผสมแล้วมีอายุการใช้ไม่เกิน 7
             วัน
             7.       หากต้องใช้ยามากกว่า 1 ขวด ให้ละลายยาทีละขวด


 9. วิธีการใช้ยาตาอย่างถูกวิธี มีอย่างไรบ้าง


 ดวงตาเป็นเนื้อเยื่อที่บอบบางมาก ติดเชื้อได้ง่าย 
การใช้ยาบริเวณตาจึงต้องคำนึงถึงความสะอาดเป็น
 สำคัญ ยาที่ใช้กับตา มีทั้งยาหยอดตา ป้ายตาและยาล้างตา 
ซึ่งแต่ละชนิดมีวิธีการใช้ที่แตกต่างกันออกไป


                           วิธีใช้ยาหยอดตา
             1.       ล้างมือให้สะอาด เขย่าขวดยา
             2.       นอนหรือนั่งแหงนหน้า มองขึ้นข้างบน 
ใช้มือดึงหนังตาล่างให้เป็นกระพุ้ง
             3.       หยอดตาตามจำนวนหยดลงไป ระวังอย่างให้หลอดหยดแตะกับตาหรือขนตา
             4.       หลับตาพร้อมทั้งใช้มือกดหัวตาไว้ประมาณ 1-2 นาที 
ซับส่วนที่เกินออก
             อย่าขยี้ตา ควรกดหัวตาเบาๆ กันยาไหลลงคอ จะได้ไม่ขมคอ
             5.       หากจำเป็นต้องหยอดยาหลายชนิดในช่วงเวลาเดียวกัน 
ให้เว้นช่วงระยะ
             เวลา 5 นาที เพื่อให้ยาแต่ละชนิด ออกฤทธิ์ได้ดี
             6.       ควรเก็บยาไว้ในที่เย็น และเมื่อเปิดใช้แล้ว ไม่ควรเกิน 1 
เดือน เพราะ
             ยาจะไม่ปราศจากเชื้อแล้ว
             7.       ห้ามล้างหรือทำความสะอาดหลอดหยดระหว่างใช้ 
และไม่ควรใช้ยาร่วมกับ
             ผู้อื่น


 วิธีใช้ยาป้ายตา
             1.       ล้างมือให้สะอาด
             2.       นอนหรือนั่งแหงนหน้า เหลือบขึ้นข้างบน 
ใช้มือดึงหนังตาล่างให้เป็นกระพุ้ง
             3.       บีบยาลงในกระพุ้งตา โดยเริ่มจากหัวตา 
ระวังอย่าให้ปลายหลอดแตะกับ
             ตาหรือเปลือกตา

<<attachment: pic06900.gif>>

Reply via email to