สรรพากรลุยตรวจคณะบุคคลเทียม 2 หมื่นรายเลี่ยงภาษี 
หลังร่อนจม.บีบให้แปรสภาพเป็นหจก.หรือบริษัทไม่ได้ผล 
เล็งใช้กฎหมายเล่นงานเฉียบขาด หวั่นปีหน้าพุ่งเป็น2แสนราย 
ประชาชาติธุรกิจวันที่ 02 เมษายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4093 (3293)
 
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า 
หลังจากหารือกับหน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดเก็บภาษีเมื่อ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา 
เพื่อทบทวนประมาณการในการจัดเก็บรายได้ปี 2552 ใหม่ตามภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวลงเหลือ 
-3% ต่อปี 
โดยคาดว่าการจัดเก็บภาษีปีนี้อาจต่ำกว่าเป้าที่กำหนดไว้ 180,000-200,000 ล้านบาท 
(เป้าหมายเดิม 1.585 ล้านล้านบาท) 
โดยเฉพาะกรมสรรพากรคาดว่าจะเก็บภาษีต่ำกว่าเป้าหมายเป็นจำนวนมาก 
ซึ่งในสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้ 
ตนไม่มีนโยบายหรือสั่งให้กรมสรรพากรไปไล่บี้ภาษีผู้ประกอบการรายหนึ่งรายใดเป็นพิเศษ
 
แต่ได้มอบหมายให้กรมสรรพากรไปดำเนินการตรวจสอบภาษีอย่างเข้มงวด 
กรณีที่มีผู้ประกอบการที่จัดตั้งคณะบุคคลขึ้นมาหลายคณะเพื่อหลบเลี่ยงภาษี 
หรือสร้างหลักฐานรายจ่ายเป็นเท็จ
เพื่อส่งให้นิติบุคคลนำไปหักภาษีเงินได้นิติบุคคล 
ในกรณีนี้หากตรวจสอบพบจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย 
ยกเว้นคณะบุคคลที่ประกอบธุรกิจโดยสุจริต 
 
ด้านนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า 
ในฐานะที่ตนกำกับดูแลงานของกรมสรรพากร
ได้มอบหมายให้กรมสรรพากรไปเข้มงวดกวดขันกับคณะบุคคลที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนั้น
 ไม่ได้ทำเพื่อจะหารายได้มาปิดหีบ 
เพราะคณะบุคคลยังมีจำนวนไม่มากนักและก็ไม่ใช่ฐานภาษีขนาดใหญ่ 
แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี 
อุดรูรั่วไหล และสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ที่เสียภาษีอย่างตรงไปตรงมา
 
แหล่งข่าวจากกรมสรรพากร เปิดเผยว่า หลังจากที่นายวินัย วิทวัสการเวช 
อธิบดีกรมสรรพากร ได้รับมอบนโยบายมาจากรัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงการคลังให้ดำเนินการตรวจสอบภาษีคณะบุคคลที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อหลบเลี่ยงภาษี
 ในวันเดียวกัน (27 มี.ค.) 
นายวินัยได้สั่งให้สรรพากรภาคและสรรพากรจังหวัดทั่วประเทศเข้าไปตรวจสอบคณะบุคคลที่ตั้งขึ้นมาเพื่อหลบเลี่ยงภาษีทันที
 
 
จากการตรวจสอบฐานข้อมูลของกรมสรรพากรพบว่า 
ปัจจุบันมีคณะบุคคลที่มาจดทะเบียนกับกรมสรรพากรประมาณ 60,000 คณะ 
ในจำนวนนี้เป็นคณะบุคคลที่จัดตั้งขึ้นโดยมีการประกอบกิจการจริงประมาณ 40,000 คณะ 
ที่เหลืออีกประมาณ 20,000 คณะ 
จัดตั้งขึ้นมามีกระแสเงินไหลเข้าออก แต่พอลงไปตรวจสอบดู 
ปรากฏว่าไม่มีการประกอบกิจกรรมใดๆ 
บางกรณีจัดตั้งขึ้นมารับงานเพียงครั้งเดียวแล้วไม่มีความเคลื่อนไหวอีกเลย 
ซึ่งในกรณีนี้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจเป็นการกระจายรายได้เพื่อหลบภาษี 
หรืออาจสร้างหลักฐานรายจ่ายส่งให้นิติบุคคลนำไปหักภาษี
 
"ตราบใดที่ประมวลรัษฎากรยังไม่ได้รับการแก้ไข 
กรมสรรพากรจะไปห้ามหรือไปกีดกันไม่ให้มีการจัดตั้งคณะบุคคลไม่ได้ 
เพราะกฎหมายบัญญัติไว้ 
ซึ่งเมื่อจัดตั้งคณะบุคคลแล้วก็จะได้รับสิทธิหักค่าใช้จ่ายหรือหักค่าลดหย่อนได้ตามที่กฎหมายกำหนด
เหมือนบุคคลธรรมดา ตรงนี้ถือว่าเป็นการหลบเลี่ยงภาษีโดยอาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย 
หากกรมสรรพากรไม่ทำอะไรเลย 
ในอนาคตจะมีผู้ประกอบการหันมาจดทะเบียนเป็นคณะบุคคลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 6 
หมื่นราย อาจกลายเป็น 2 แสนรายในปีถัดไป"
 
แหล่งข่าวกล่าวว่า 
ในระหว่างที่กฎหมายยังไม่ได้รับการแก้ไขให้มีการยกเลิกการจัดตั้งคณะบุคคล 
คงจะต้องใช้อำนาจในเชิงของการบริหาร 
เริ่มต้นจากการยกเลิกการขอจดทะเบียนจัดตั้งคณะบุคคลทางอินเทอร์เน็ต 
โดยผู้ที่ประสงค์จะขอจัดตั้งคณะบุคคลจะต้องไปยื่นเรื่องที่
สรรพากรพื้นที่ 
ซึ่งเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากรจะมีการซักถามและตรวจสอบประวัติจากฐานข้อมูลผู้เสียภาษีของกรมสรรพากร
 
กรณีที่ตรวจพบว่าเคยมีการจดทะเบียนจัดตั้งคณะบุคคลอยู่ก่อนแล้ว 
ก็จะต้องถูกสอบถามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งคณะบุคคล 
พร้อมกับอธิบายกฎระเบียบหรือกติกาให้ชัดเจน 
หากกรมสรรพากรตรวจสอบพบว่ามีการจัดตั้งคณะบุคคลเพื่อหลบเลี่ยงภาษีในภายหลังจะมีโทษทั้งจำคุกตั้งแต่
 3 เดือนถึง 7 ปี 
และปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 200,000 บาท 
ทั้งนี้เพื่อจะชะลอการขออนุญาตจัดตั้งคณะบุคคลใหม่
 
สำหรับคณะบุคคลที่จัดตั้งขึ้นมาก่อนหน้านี้ 
และมีการประกอบธุรกิจกับหุ้นส่วนจริงที่มีประมาณ 40,000 ราย 
กรณีนี้เจ้าหน้าที่จะต้องพยายามเกลี้ยกล่อมให้เปลี่ยนไปจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญแทน
 
ส่วนกรณีที่สงสัยว่าจะไม่ได้มีการประกอบกิจการร่วมกันจริงตามกฎหมายจำนวน 20,000 
ราย 
ในช่วงต้นเดือน เม.ย.นี้ 
กรมสรรพากรจะส่งจดหมายไปถึงผู้ที่มีชื่ออยู่ในคณะบุคคลมากกว่า 2 ชื่อ 
เพื่อให้มาแจ้งยกเลิกและไปดำเนินการจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทให้ถูกต้อง 
และถ้าเพิกเฉยหรือละเลยกรมสรรพากรจะเข้าไปดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด 



Get news, entertainment and everything you care about at Live.com. Check it out!

_________________________________________________________________
More than messages–check out the rest of the Windows Live™.
http://www.microsoft.com/windows/windowslive/

Reply via email to