อิอิ เราพึงโดนไป แถวๆทางไปสมุทรสาครก็มี ด่านจับ ค่าปรับ 400 บาท เรื่องค่าปรับยังพอทน แต่ต้องจ่ายผ่าน ธนาณัติหละ โอ้วววว ไปรษณีย์อยู่แห่งใด???
อ่อ เค้าใจดีให้เวลาหาไปรษณีย์ 30 วันนะจ๊ะ ความเร็วตามกำหนด ไม่เกิน 90 กม.ต่อ ชม.จ้า Date: Mon, 25 May 2009 17:57:15 +0700 From: [email protected] Subject: [NidaFlx13] FW: เครื่องตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ To: [email protected]; [email protected]; [email protected]; [email protected]; [email protected]; [email protected]; [email protected]; [email protected]; [email protected]; [email protected]; [email protected]; [email protected]; [email protected]; [email protected] From: Ekkachai R [mailto:[email protected]] Sent: Monday, May 25, 2009 9:57 AM To: อุทัย ดีอันกอง; สาธิต PCN; พี่พัช; นิรันทร์ R&M; Wisoot; vortang พี่วรชัย; Uthai Dee-Unkong; Somchai C.; Porntip P.; [email protected]; [email protected]; patt; pakamol น้อง; P Nikul; [email protected]; monchai; kraisorn watna; jumjim; Jaruwat C.; Ekkapop Rawiwong; [email protected] Subject: Fw: เครื่องตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ ----- Original Message ----- From: SurachetU. To: Undisclosed-Recipient:; Sent: Monday, May 25, 2009 7:46 AM Subject: Fw: เครื่องตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ เครื่องตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ การทำงานของเครื่องตรวจจับความเร็วด้วยแสงเลเซอร์นี้สามารถใช้งานได้ทั้งระบบควบคุมเองและระบบอัตโนมัติ โดยเมื่อรถที่ใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดผ่านจุดตรวจกล้องก็จะทำการถ่ายภาพโดยอัตโนมัติ จากนั้นความเร็วและภาพรถ จะถูกส่งมาจัดเก็บและแสดงที่ชุดประมวลผลพร้อมแสดง วัน เดือน ปี เวลา สถานที่ จากนั้นข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งต่อมายังศูนย์อำนวยการตำรวจทางหลวงเพื่อที่จะตรวจสอบทะเบียนรถ และ ออกใบสั่งส่งไปยังที่อยู่ของผู้ครอบครองรถตามทะเบียน ต่อไป และหากผู้ได้รับใบสั่งไม่ไปชำระค่าปรับภายในเวลา 7 วัน กองบังคับการตำรวจทางหลวงจะส่งข้อมูลไปยังกรมการขนส่งเพื่ออายัดการต่อทะเบียนรถด้วย สำหรับความเม่นยำของเครื่องเป็นไปตามมาตรฐานขององค์กร International Association of Chiefs of Police (The IACP) ทั้งยังประสานสำนักมาตรวิทยาแห่งชาติ เพื่อทำการคาริเบธเครื่องเป็นประจำทุกปีและก่อนที่จะนำไปตรวจจับตามจุดต่างๆ ก็จะมีการทดสอบก่อนทุกครั้งด้วยจึงมั่นใจได้ว่าเครื่องจะสามารถตรวจจับได้อย่างแม่นยำ เส้นทางที่ตั้งกล้องตรวจจับความเร็วอัตโนมัตินี้ มีอยู่หลายจุดทั่วประเทศ ได้แก่ 1. เส้นทางสายพหลโยธิน ช่วงรังสิต ถึง สระบุรี 2 จุด 2. เส้นทางสายมิตรภาพ ระหว่าง สระบุรี ถึง นครราชสีมา 2 จุด 3. เส้นทางสายมิตรภาพ ระหว่าง นครราชสีมา ถึง ขอนแก่น 2 จุด 4. เส้นทางสายเอเชีย ระหว่าง อยุธยา ถึง นครสวรรค์ 1 จุด 5. เส้นทางสายเอเชีย ระหว่าง นครสวรรค์ ถึง ตาก 1 จุด 6. เส้นทางสายเอเชีย ระหว่าง ตาก ถึง เชียงใหม่ 1 จุด 7. เส้นทางสายกรุงเทพ นครปฐม วังมะนาว 1 จุด 8. เส้นทางสายกรุงเทพ วังมะนาว 1 จุด 9. เส้นทางสาย วังมะนาว ถึง หัวหิน 1 จุด 10. เส้นทางสายเพชรเกษม ( เลี่ยงเมือง ) ชะอำ ถึง ปราณบุรี 1 จุด 11. เส้นทางสายเพชรเกษม ประจวบคีรีขันธ์ ถึง ชุมพร 1 จุด 12. เส้นทางสายเพชรเกษม ชุมพรถึง สุราษฎร์ธานี 1 จุด 13. เส้นทางสายบางนา - ตราด ระหว่าง กรุงเทพ ถึง บางปะกง 1 จุด 14. เส้นทางสายสุขุมวิท ระหว่าง ชลบุรี ถึง พัทยา 1 จุด 15. เส้นทางสายมอเตอร์เวย์ ชลบุรี ถึง ระยอง 2 จุด 16. และเส้นทางสายสุขุมวิท ระหว่าง ระยอง ถึง จันทบุรี 1 จุด ซึ่งตำรวจทางหลวงจะทำการสุ่มเปลี่ยนจุดตรวจทุกครั้งที่มีการติดตั้งด้วย หลังจากตำรวจทางหลวงจึงได้จัดหาเครื่องตรวจจับความเร็วด้วยแสงเลเซอร์ จำนวน 45 ชุด แจกจ่ายให้กับสถานีตำรวจทางหลวงกองกำกับการ และกองบังคับการตำรวจทางหลวงทั่วประเทศได้ใช้ติดตั้งเพื่อปรามบรรดาตีนผีเหล่านี้ โดยข้อมูลจากหน่วยตรวจจับความเร็วไฮ - เทคทั่วประเทศที่ถูกส่งมายังศูนย์อำนวยการตำรวจทางหลวงพบว่าเพียงแค่ 3 เดือนแรกที่มีการติดตั้งเครื่องก็ได้จ่ายใบสั่งให้ผู้ที่ขับรถเร็วเกินกำหนดไปแล้วจำนวนมากถึง 42,304 ราย ซึ่งจะนำไปสู่การปรามผู้ขับรถเร็วได้ในอนาคต โดยตำรวจทางหลวงยังได้มีแผนที่จะติดตั้งเครื่องตรวจจับความเร็วเพิ่มอีก 45 ชุด ภายในปี 2550 เพื่อให้แต่ละหน่วยงานมี 2 ชุดคลอบคลุมพื้นที่การใช้งานในอนาคตด้วย หลักฐานที่แสดงให้เห็นประสิทธิภาพของเครื่องตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ คือ ใบสั่งที่ส่งให้ทางไปรษณีย์ ........... ส่งต่อ ๆ ไปให้เพื่อน ๆ ซึ่งอาจตกเป็นเหยื่อของเจ้าเครื่องมือไฮ-เทคล่าสุดนี้ 5555 = No virus found in this incoming message. Checked by AVG - www.avg.com Version: 8.5.339 / Virus Database: 270.12.37/2131 - Release Date: 05/24/09 07:09:00
