*
*
*
*
*
Hermes
จากอานม้าสู่แฟชั่นหรู  *

ตำนานแอร์เมสเริ่มต้นมาตั้งแต่ ค.ศ. 1837
ด้วยการเป็นผู้ผลิตอานม้าและบังเหียนม้า เมื่อเทียรี่ แอร์เมส (Thierry Hermes)
ชาวฝรั่งเศส ก่อตั้งบริษัทผลิตอานม้าของเขาในปีค.ศ. 1837 ที่ rue Basse du
Rempart ในปารีส
เขาก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการผลิตเครื่องใช้สำหรับการขี่ม้า
และกระเป๋าใหญ่ที่ใช้ในเดินทางด้วยรถม้าที่พิถีพิถันตั้งแต่การเลือกหนังคุณภาพดีมาใช้
และการเย็บแบบ 2 เข็ม ฝีเย็บจึงแน่นและทนทาน
เทคนิคเหล่านี้กลายเป็นทรัพย์สินที่แอร์เมสใช้ต่อยอดผลิตเป็นสินค้าอื่นๆ
โดยนำเอาความรู้เรื่องหนังหลากหลายชนิดและเทคนิคการเย็บแบบพิเศษมาใช้สร้างมูลค่า
ด้วยคุณภาพและความีฝีมือ ในเวลาเพียงไม่กี่ปี
อานม้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆของเขาก็ได้รับกลายเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหมู่ราชวงศ์
และชนชั้นสูงของฝรั่งเศส


จากนั้นในปีค.ศ. 1879 เอมิลี่ ชาร์ล แอร์เมส (Emile-Charles Hermes)
ลูกชายของเขาได้ย้ายกิจการไปยัง 24 rue du Faubourg St. Honore
ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของแอร์เมสในปัจจุบัน (The House of Hermes)
และได้เพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าถือ
และผลิตภัณฑ์เครื่องหนังสำหรับใช้ในการเดินทางต่างๆ กระทั่งปีค.ศ. 1978
เขาจึงได้รับช่วงบริหารกิจการต่อจากบิดา

และต่อมา โรเบิรต ดูมาส์ (Robert Dumas) สามีของทายาทรุ่นที่ 3
ของแอร์เมสก็ได้เพิ่ม
เนคไท น้ำหอม ผ้าเช็ดตัว
และผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ส่วนบุคคลไว้ในไลน์สินค้าของแอร์เมสด้วย

สินค้าที่มีชื่อเสียงที่สุดของแอร์เมส คือ ผ้าพันคอไหม
ซึ่งผลิตครั้งแรกในปีค.ศ. 1928
โดยได้รับแรงบันดาลมาจากผ้าพันคอของทหารในกองทัพนโปเลียน
ในการทำผ้าพันคอของแอร์เมสในปัจจุบัน ที่มีขนาด 90 ตร.เซนติเมตร หนัก 65
กรัมนั้น เริ่มต้นจากคัดเลือกเส้นไหมที่มีคุณภาพ โดยต้องใช้รังไหมแท้ถึง 250
รัง
และเทคนิคการทอแบบ16 รังไหม ขณะที่ของคนอื่นใช้แค่ 8 รังไหม
ทอโดยช่างฝีมือของโรงงานแอร์เมสในลียอง ประเทศฝรั่งเศส

ด้วยกรรมวิธีการผลิตที่พิถีพิถัน โดยช่างฝีมือชาวฝรั่งเศส
พิมพ์ลายด้วยการซิลสกรีนด้วยมือล้วนๆ ซึ่งในผืนหนึ่งๆอาจมีถึง 30 กว่าสี
การพิมพ์ลายให้เนียนสวยและงดงามได้ขนาดนี้ จึงต้องใช้ช่างฝีมือระดับเซียนจริงๆ
และมีขั้นตอนการทำกว่า 40 ขั้นตอน
กว่าจะมาเป็นผ้าพันคอแต่ละผืน
เรียกได้ว่าการผลิตผ้าพันคอของแอร์เมสเทียบชั้นได้กับงานศิลปะภาพพิมพ์ต่างๆนั่นเลย
จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมผ้าพันคอของแอร์เมสบางผืนจึงมีราคาเหยียบแสน
(ซึ่งก็ไม่แพงเกินไปสำหรับนักช็อปกระเป๋าหนักผู้รักศิลปะทั้งหลายหรอกนะคะ)

ตั้งแต่ปีค.ศ. 1937 เป็นต้นมา แอร์เมสออกผ้าพันคอมาแล้วกว่า 25,000 ลาย
โดยในแต่ละปีแอร์เมสจะออกผ้าพันคอมา 2 คอลเลคชั่น และอาจมีรุ่น limited edition
มาเสริมในโอกาสพิเศษต่างๆ
นอกจากนี้ผ้าพันคอของแอร์เมสยังเป็นที่นิยมมากในหมู่สะสม
โดยเฉพาะรุ่นหายากต่างๆนั้น
เป็นที่ต้องการและไล่ล่ากันไม่แพ้งานศิลปะของศิลปินดังๆนั่นเลยเทียว

แฟนพันธ์แท้ของผ้าพันคอแอร์เมสก็หาใช่ใครอื่นไกล
ล้วนเป็นบุคคลดังๆที่เรารู้จักกันดีอย่าง สมเด็จพระราชินีอลิซาเบทที่ 2
(ในภาพวาดที่อยู่บนแสตมป์ของอังกฤษ ก็ทรงสวมผ้าพันคอของแอร์เมสด้วย) ส่วนเกรซ
เคลลี่ก็ใช้ผ้าพันคอของแอร์เมสมาดามแทนผ้าพันเฝือกตอนที่แขนหัก
(ช่างเป็นการบาดเจ็บที่มีสไตล์และไฮโซเสียจริงๆเลยค่ะ..) นอกจากนี้ คนดังอย่าง
ออเดย์ แฮปเบริน, แคทารีน เดอนูฟ, แจคกี้ โอนาซิส , ชารอน สโตน์, ซารา เจสสิก้า
ปาร์คเกอร์, ฮิลลารี่ คลินตัน, แอล แมคเฟอร์สัน และป้ามาดอนน่า
ก็ล้วนแต่นิยมผ้าพันคอของแอร์เมสกันทั้งนั้น

ส่วนกระเป๋าของแอร์เมสที่ติดอันดับยอดนิยมตลอดกาลอย่างเบอร์กิ้น และเคลลี่นั้น
การผลิตโดยการตัดเย็บด้วยมือด้วยความปราณีตและละเอียดอ่อน
โดยหนังที่ใช้ต้องเป็นเกรดเอเท่านั้น ซึ่งมีหนังหลายชนิด อาทิ หนังจระเข้
นกกระจอกเทศ ในการทำกระเป๋าแต่ละใบต้องใช้เวลานานมาก
อย่างกระเป๋าเบอร์กิ้นช่างเย็บกระเป๋าต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 18 ชั่วโมง
รุ่นเคลลี่ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 16 ชั่วโมง
ช่างทำกระเป๋าแต่ละคนต้องได้รับการฝึกอบรมอย่างน้อย 3 ปี
จึงจะได้รับอนุญาตให้ผลิตกระเป๋าได้ และเมื่อลูกค้าใช้กระเป๋าไปนาน ๆ
และต้องการส่งซ่อม ผู้ที่ผลิตกระเป๋าใบนั้น ๆ จะเป็นผู้รับผิดชอบดูแล
ซ่อมแซมกระเป๋าให้ และที่สำคัญ ถึงจะมีเงินก็ไม่ใช่ว่าจะซื้อกันได้ง่ายๆนะคะ
แต่ละใบต้องสั่งจองล่วงหน้าเป็นปีๆ กว่าจะได้มาครอบครองสมใจ

นอกจากนี้.. กระเป๋าในรุ่นยอดนิยมต่างๆของแอร์เมสยังมีตำนานสุดคลาสสิก
ที่ช่วยเสริมบรรยากาศในการสวมใส่ อย่างกระเป๋าเคลลี่นั้น มีที่มาจากชื่อของเกรซ
เคลลี่
ซึ่งเป็นผู้ที่ทำให้กระเป๋ารุ่นนี้โด่งดังจากการสะพายไปขึ้นปกนิตยสารไลพ์
ในปีค.ศ. 1956
ส่วนรุ่นเบอร์กิ้น มาจากชื่อของ เจน เบอร์กิ้น
ซึ่งเป็นผู้ร่วมออกแบบกระเป๋ารุ่นนี้ร่วมกับชอง-หลุยซ์ ดูมาส์
เนื่องจากเธอเห็นว่ากระเป๋าเคลลี่ของเธอไม่เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน

ด้วยความพิถีพิถันเหล่านี้เองที่เป็นคุณสมบัติความพรีเมียมของแอร์เมส
ที่ทำแบรนด์ Hermes กลายเป็นแบรนด์สุดยอดในเรื่องของกระเป๋าสะพาย
จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมทุกวันนี้กระเป๋าใบหรูที่ราคาแสนแพงของแอร์เมสจึง
กลับมียอดสั่งจองเยอะที่สุด ทั้งยังต้องรอคอยนานข้ามปี
ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่แบรนด์เท่านั้น ที่สามารถสร้างปรากฏการณ์แบบนี้ได้

ปัจจุบัน แอร์เมสมีสินค้าหลากหลายชนิด ตั้งแต่เครื่องม้า กระเป๋า เสื้อผ้า
รองเท้า
ผ้าพันคอ เนกไท จิวเวลรี่ นาฬิกา จานชาม เครื่องเขียน เสื้อผ้าของใช้เด็ก
ยันไปถึงของใช้จุกจิก เช่น ที่เปิดขวดไวน์ ตลับเมตร สายคล้องมือถือ ฯลฯ
แอร์เมสมีของเกือบทุกอย่างแต่ที่ไม่มีก็คือแว่นตา

.. เรียกว่าแอร์เมสไม่เพียงแต่หรูเท่านั้น
แต่ยังครบเครื่องและรู้ใจไฮโซอย่างแท้จริง ..

-- 
อยากทำให้ดีที่สุดตราบเท่าที่ทำได้

โลกไม่ได้ทำให้เรารวยแต่กำเนิด

เพราะโลกอยากให้เรารู้ .วิถีแห่งโลก.

"มนุษย์แม้จะเป็นสัตว์ประเสริฐ แม้จะชอบการพนันก็ต้องช่วยกันหักห้ามใจ"

٩(͡๏̯͡๏)۶٩(-̮̮̃-̃)۶ ٩(̾●̮̮̃̾•̃̾)۶
วุธ ผู้ชายไม่เคยเหงา

-- 
http://saravutk.multiply.com

ติดต่อประธานกลุ่ม  [email protected]
สมัคร ส่งเมลเปล่าไปที่ [email protected]
ลาออก ส่งเมลเปล่าไปที่ [email protected]
หรือดูวิธการสมัครโดยละเอียดได้ที่ http://groups-beta.google.com/group/thunderman

รับออกแบบระบบคอมพิวเตอร์  เขียนโปรแกรม  และทำงบบัญชี
ติดต่อ [email protected]

******************************************************************************************

You received this message because you are subscribed to the Google Groups 
"thunderman" group.
To post to this group, send email to [email protected]
To unsubscribe from this group, send email to 
[email protected]
For more options, visit this group at 
http://groups-beta.google.com/group/thunderman

Дати відповідь електронним листом