ท้องผูก บ่อยเสี่ยงโรคแทรก อีก ปัญหาสุขภาพที่ไม่ว่าจะเป็นช่วงวัยใด เพศใด จะเป็นเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุต่าง ก็มีโอกาสจะเผชิญ กับ ภาวะ ท้องผูก
อาการดังกล่าวนี้แม้จะพบว่าเป็นแค่ชั่ว ครั้งคราวและมัก ไม่รุนแรง แต่อย่างไรแล้วคงประมาทไม่ได้ เพราะท้องผูกอาจนำไปสู่หลากหลายโรคที่ทำให้การดำเนินชีวิตไม่ปกติสุขบั่นทอน สุขภาพ !! การมีความรู้เข้าใจถึงสาเหตุของโรค การป้องกันดูแลสุขภาพรวมถึงการรักษาที่ถูกต้องจะช่วยแก้ปัญหาได้ในระยะยาว อาจารย์นายแพทย์ศักดา อาจองค์ อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความรู้ว่า ท้องผูกไม่ใช่โรคแต่จะเป็นกลุ่มอาการที่ทำให้ไม่สุขสบายและอาจทำให้เกิด อาการแทรกซ้อนอย่างอื่นได้ ท้องผูกเองเกิดขึ้นได้ กับ ทุกกลุ่มอายุ เกิดได้นับแต่เด็กแรกเกิดจนถึงผู้สูงอายุซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการบริโภค อาหารที่ไม่ถูกสุข ลักษณะ อีกทั้งการไม่ขับถ่ายเป็นนิสัยสม่ำเสมอก็เป็นอีกเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาท้อง ผูกได้และจากรายงานในยุโรปพบว่าวัย 65 ปีขึ้นไปจะพบปัญหามากกว่ากลุ่มวัยอื่น ด้วยเพราะอายุซึ่งเมื่อเพิ่มมากขึ้นอวัยวะส่วนต่าง ๆ ก็จะทำงานลดลง อีกทั้งในบางคนที่มีโรคอื่นร่วมด้วยไม่ ว่าจะเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูงหรือการทาน ยาบาง ชนิด ฯลฯ ก็มีผลในเรื่องของการขับถ่ายทำให้มีอาการท้องผูกได้เช่นกันและในกลุ่มที่ มีกิจกรรมการเคลื่อนไหวน้อย ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ ฯลฯ ก็มักเกิดปัญหาท้องผูก “สาเหตุของ ท้องผูกปัจจัย หลัก ๆ มีทั้งภายนอกและภายในร่างกาย ซึ่งปัจจัยภายนอกเป็นเรื่องของอาหารการกิน แต่ก่อนจะเป็นเรื่องของอาหารคงต้องเข้าใจก่อนว่า กลไกภายในเกิดขึ้นได้อย่างไรซึ่งเมื่อทานอาหารจะผ่านไปนับแต่ปาก ผ่านลงสู่กระเพาะอาหารเข้าสู่ระบบย่อย กระเพาะอาหารจะย่อยทำให้โมเลกุลอาหารเล็กลง พอผ่านลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ทั้งส่วนต้นและปลายก็จะเกิดการดูดซึมให้เกิดพลังงาน ลำไส้เล็กส่วนต้นไม่ค่อยเป็นปัจจัยมากนัก เกี่ยวกับท้องผูก ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับลำไส้ใหญ่ ทั้ง ส่วนต้นและส่วนปลาย หากนึกภาพระหว่างที่อาหารเคลื่อนไปตามระบบระหว่างทางจะถูกดูดน้ำย่อยไป เรื่อย ๆ แต่หากผ่านไปไม่ได้ก็จะ ยิ่ง ถูกดูดซ้ำไปเรื่อย ๆ ทำให้ เกิดการก่อตัวของอุจจาระ ที่แข็งเป็นกลไกของการเกิดท้องผูก ดังนั้นหากมีสุขนิสัยขับถ่ายที่ดี อุจจาระก็จะผ่านไปตามทางเดินอาหารทุกวัน โอกาสเกิดท้องผูกก็จะน้อย” ในกลไกของการเกิดท้องผูกเมื่อเกิดอาการก็ เหมือนกับ ลำไส้ที่เคยยืดหยุ่นได้ดี แต่พอเกิดอุจจาระที่ค้างอยู่ทำให้เกิดการขยายตัวของลำไส้ส่วนปลายปมประสาท ต่าง ๆ ลำไส้บีบตัวทำให้เสียหน้าที่ไปและหากทิ้ง ไว้ นาน ๆ หรือเป็นนิสัยก็จะทำให้ระบบการขับถ่ายเปลี่ยนไป แต่หากรีบรักษาแต่เนิ่น ๆ ก็จะทำให้ลำไส้ยืดหยุ่นและทำงาน ดัง เดิมได้ซึ่งก็เป็นกลไกภายในของระบบทางเดินอาหารที่ถูกควบคุมด้วยปัจจัย หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ฮอร์โมน ระบบประสาทอัตโนมัติ ฯลฯ ส่วนทางด้าน อาหาร อย่าง ที่กล่าวการทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ ทานอาหารที่มีเส้น ใยไม่เพียงพอ ความเข้าใจผิด ในการใช้ยาอย่างยาระบาย ใน เบื้องต้นที่ใช้ก็สามารถช่วยให้ขับ ถ่ายได้ดี แต่หากใช้มากเกินไปก็จะทำให้เกิดพฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนไป อีกทั้งการไม่ออกกำลังกายนั่งทำงานอยู่ กับที่นาน ๆ ไม่เปลี่ยนแปลงอิริยา บถ การอั้นปัสสาวะและอุจจาระเมื่อรู้สึกว่ามีความรู้สึกปวดในขณะเดินทาง ฯลฯ ก็มีส่วนทำให้นิสัยการขับถ่ายเปลี่ยนไปทำให้เกิดปัญหาท้องผูก อีกทั้งการอั้นอุจจาระนอกจากจะมีผลต่อการเกิดอาการท้องผูกแล้วยังอาจมีผลต่อ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่อาจเกิดตามมาด้วย นอกจากนี้การบริโภคน้ำน้อยไม่เพียงพอก็เป็นอีกปัจจัยแต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักใน การเกิดท้องผูก “กลุ่มอาหาร ที่มีกากใยอยู่มากมีอยู่ในผักสด ผลไม้ทุกชนิด อย่างเช่น กะหล่ำปลี ผักกาดขาว หน่อไม้ฝรั่ง แต่ถ้าเป็นถั่วจำพวกถั่วลันเตา ฯลฯ ขณะที่การดื่มน้ำควรดื่มให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ นอกจากนี้การดื่มน้ำผลไม้ก็มีส่วนช่วยได้” อาการท้องผูกหากเกิดขึ้นไม่มากก็มักไม่ ค่อยเกิดปัญหา แต่จะมีในเรื่องอืดแน่นท้องอาหารไม่ย่อยเหมือนถ่ายไม่สุด แต่หากท้องผูกรุนแรงอย่างที่กล่าวการที่อุจจาระตกค้างอยู่ในท้องนาน ๆ จะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบอวัยวะที่อยู่รอบข้างอาจเกิด อาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ กรวยไตอักเสบ รวมถึงอาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ตามมาได้ “อุจจาระ แข็งนอกจากจะต้องเบ่งทรมานขณะขับถ่าย ถ้าเบ่งถ่าย บ่อยก็จะทำให้เส้นเลือดฝอยที่อยู่บริเวณรอบรูทวารหนักจะโป่งพองทำให้เกิด ริดสีดวง ตามมา หากเป็นนิดหน่อยจะหายไปได้เองแต่หากมากก็อาจทำให้เกิดติ่งเนื้อเวลาที่ถ่าย ลักษณะเดิมอีกก็จะเจ็บมากเกิดการอักเสบ อาการท้องผูกยังส่งผลต่อการย่อยอาหารท้อง อืดเรอบ่อยและมีกลิ่นปาก ถ้าเป็นในเด็กก็จะทำให้เด็กไม่เติบโต สารอาหารที่จำเป็นที่ร่างกายต้องการจะดูดซึมไม่ได้ เด็กก็จะตัวเล็กแคระแกร็น ถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็อาจจะขาดสารอาหารบางอย่างไป” ส่วนสัญญาณของอาการท้องผูกแต่ละคนจะแตก ต่างกัน ไป ไม่ว่าจะเป็นอาการไม่สบายท้อง ทานอาหารแล้วค่อนข้างอิ่มง่าย ปวดท้องเป็นพัก ๆ แต่ก็พอที่จะมีหลักสังเกตตนเอง อย่าง ควรมีการขับถ่ายอย่างน้อยสามครั้งต่ออาทิตย์ แต่ถ้าถ่ายทุกวันแต่อุจจาระแข็งต้องเบ่งถ่ายทุกครั้ง การถ่ายไม่สบายเหมือนปกติก็ต้องสังเกตหรือเวลาขับถ่ายมีอาการปวดท้องร่วม ด้วยก็ควรตระหนักว่าอาจกำลังเข้าสู่กลุ่มอาการ ท้อง ผูก ขณะที่การรักษามีทั้งส่วนที่ใช้ยาและไม่ ใช้ยา อย่างการไม่ใช้ยาก็เป็นเรื่องของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางอาหาร โดยการทานให้เป็นมื้อ ดื่มน้ำให้พอเพียง ทานอาหารที่มีกากใยในอาหารไม่ว่าจะเป็นผักผลไม้ น้ำผลไม้และนอกจากเรื่องอาหารก็เป็นเรื่องของการปรับนิสัยการขับถ่ายให้สม่ำ เสมอทุกวัน แต่หากมีอาการรุนแรงหรือมีอาการปวดบิดโดยไม่ทราบสาเหตุต้องรีบพบแพทย์เพื่อ รับการตรวจวินิจฉัย ภาวะท้องผูกอีกอาการใกล้ตัวที่สามารถหลีก ไกลและป้อง กันได้ แต่ทั้งนี้คงต้องเคร่งครัดปฏิบัติดูแลตนเองทั้งการรับประทานอาหาร ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เมื่อทำเช่นนี้ได้ท้องผูกก็จะไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป ที่มา เดลินิวส์ -- อยากทำให้ดีที่สุดตราบเท่าที่ทำได้ โลกไม่ได้ทำให้เรารวยแต่กำเนิด เพราะโลกอยากให้เรารู้ .วิถีแห่งโลก. "มนุษย์แม้จะเป็นสัตว์ประเสริฐ แม้จะชอบการพนันก็ต้องช่วยกันหักห้ามใจ" ٩(͡๏̯͡๏)۶٩(-̮̮̃-̃)۶ ٩(̾●̮̮̃̾•̃̾)۶ วุธ ผู้ชายไม่เคยเหงา -- http://saravutk.multiply.com ติดต่อประธานกลุ่ม [email protected] สมัคร ส่งเมลเปล่าไปที่ [email protected] ลาออก ส่งเมลเปล่าไปที่ [email protected] หรือดูวิธการสมัครโดยละเอียดได้ที่ http://groups-beta.google.com/group/thunderman รับออกแบบระบบคอมพิวเตอร์ เขียนโปรแกรม และทำงบบัญชี ติดต่อ [email protected] ****************************************************************************************** You received this message because you are subscribed to the Google Groups "thunderman" group. To post to this group, send email to [email protected] To unsubscribe from this group, send email to [email protected] For more options, visit this group at http://groups-beta.google.com/group/thunderman
