* ผลการทดลอง อันตรายจากเตาไมโครเวฟ!!
เตาอบไมโครเวฟ นับว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าคู่บ้านสำหรับยุคนี้ไปซะแล้ว จริงๆ แล้วก็มีข่าวเกี่ยวกับเจ้าเตานี้ออกมาเตือนผู้ใช้กันมาพอสมควร แต่บางคนก็ยังเลิกใช้ไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยความเสียดายที่อุตส่าห์ซื้อมาแล้ว หรือว่าเป็นเพราะความสะดวกสบายเคยชินก็แล้วแต่ สำหรับชาว men.mthai<http://men.mthai.com/>ที่ยังใช้กันอยู่ ก็ต้องใช้กันให้ระวังหน่อยนะครับ [image: ผลการทดลอง อันตรายจากเตาไมโครเวฟ!! รูปที่ 1] เตาอบไมโครเวฟ เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ความถี่ 1260 MHz จะเกิดการเหนี่ยวนำโมเลกุลของน้ำ เกิดความร้อนคลื่นที่ออกมาถือว่าเป็นรังสีชนิดที่ไม่แตกตัวเป็นอนุภาค ไม่มีผลให้โมเลกุลของสารเปลี่ยน และไม่มีผลตกค้างในอาหารที่นำมาอุ่น เพราะฉะนั้นก็ถือได้ว่าเตาอบไมโครเวฟนั้นไม่มีอันตรายอะไร และไม่มีหลักฐานว่า อาหารที่เข้าเตาอบไมโครเวฟทำให้เกิดมะเร็ง ยกเว้นว่าอุ่นจนไหม้ สารก่อมะเร็งอาจจะเกิดจากสารไฮโรคาร์บอนที่ไหม้มากกว่าไมโครเวฟ เตาอบไมโครเวฟที่ดีไม่ควรมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารั่วออกมาจากเตาอบ แต่เตาอบที่เก่าๆ อาจจะมีรั่วออกมา ได้บ้าง ถ้าเราไม่เข้าไปใกล้ๆ หรือไม่เอาหน้าไปจ่อเพื่อดูอาหารที่อุ่นก็ไม่มีอันตรายอะไรครับ อันตรายที่พบจากคลื่นที่รั่วออกมาก็คือ ถ้าโดนที่ตาเรามากๆ และนานพอจะทำให้เลนส์ตาขุ่น เกิดต้อกระจกได้ เพราะว่าในเลนส์ตามีน้ำเป็นองค์ประกอบมาก [image: ผลการทดลอง อันตรายจากเตาไมโครเวฟ!! รูปที่ 2] ในผู้ป่วยที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจเทียม คลื่นจากเตาอบไมโครเวฟ อาจจะทำให้เครื่องกระตุ้นหัวใจรวนเกิดการเต้นผิดจังหวะได้ คลื่นจากเตาอบไมโครเวฟเองไม่สามารถที่จะฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ แต่การเหนี่ยวนำให้โมเลกุลของน้ำในอาหารร้อน ถ้าร้อนจนถึงจุดเดือดและนานพอความร้อนที่เกิดขึ้นก็ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ครับ แต่ว่าโดยทั่วไปเราอุ่นอาหารนั้นอุณหภูมิของอาหารมักไม่ถึงจุดเดือด หรือระยะเวลาที่ถึงจุดเดือด ไม่นานพอที่จะฆ่าเชื้อโรคได้ครับ โดย นพ.สุธี ศิริเวชฎารักษ์<[email protected],[email protected]?subject=from%20thaiclinic.com,Microwave> แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู [image: ผลการทดลอง อันตรายจากเตาไมโครเวฟ!! รูปที่ 3] อันตราย!! ห้ามต้มน้ำดื่มโดยใช้เตาไมโครเวฟ ชายหนุ่มอายุ 26 ปีนายหนึ่ง อยากจะได้กาแฟร้อนสักแก้ว เขาจึงนำน้ำ 1 ถ้วยเข้าไปต้มให้ร้อนในเตาไมโครเวฟ ไม่ทราบว่าเขาตั้งเวลานานเท่าใด แต่เขาบอกว่าเขาต้องการต้มนำให้เดือด เมื่อครบเวลาที่ตั้งเขาก็นำถ้วยออกจากเตาไมโครเวฟ เขามองดูน้ำในถ้วยไม่เห็นมีลักษณะว่าเดือด แต่ทันใดนั้นเองน้ำในแก้วก็ทะลักใส่หน้าเขาโดยที่ถ้วยแก้วไม่เป็นอะไรเลย ก่อนที่เขาจะขว้างถ้วยทิ้ง แต่น้ำในถ้วยทั้งหมดกลับสาดใส่หน้าเขาด้วยแรงจากพลังงานสะสม ทั้งใบหน้าของชายหนุ่มเกิดแผลพุพอง และมีรอยไหม้ในระดับ 1 และ 2 และอาจกลายเป็นรอยแผลเป็น อีกทั้งดวงตาซ้ายอาจจะสูญเสียการมองเห็นบางส่วน แพทย์ที่รักษาให้ความเห็นว่านี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดได้ตามปกติ และแนะนำว่า ต้องไม่อุ่นหรือต้มน้ำเปล่าในเตาไมโครเวฟเด็ดขาดแต่หากต้องการทำก็จะต้องเอาไม้คน หรือ ถุงชา ฯลฯ ใส่ลงในถ้วยก่อนนำถ้วยน้ำเข้าไปในเตาไมโครเวฟด้วย เพื่อช่วยซับพลังงานสะสมที่เกิดขึ้น แต่วิธีที่ปลอดภัยที่สุด ควรต้มน้ำในกาต้มน้ำเท่านั้น บริษัท General Electric’s (GE) ได้ตอบข้อสงสัยนี้ว่า น้ำหรือของเหลวที่ทำให้ร้อนด้วยเตาไมโครเวฟ จะไม่เห็นการเดือดปุดปุดเลย แม้ว่าจะร้อนจนถึงจุดเดือด แต่ทันทีที่นำออกจากเตา หรือใส่ช้อน ชา หรือถุงชา หรืออื่นๆ ลงในแก้ว น้ำหรือของเหลวที่ร้อนนั้น จะกลับเดือดปุดปุด ล้นทะลักออกนอกแก้ว เพื่อป้องกันเหตุร้ายและการบาดเจ็บ อย่าต้มของเหลวในไมโครเวฟนานเกิน 2 นาที่ต่อแก้ว และหลังจากต้มในเตาไมโครเวฟแล้ว ให้ปล่อยทิ้งไว้ในเตานาน 30 วินาทีก่อนนำออกมา หรือ ก่อนใส่ควรเติมอะไรลงไปในถ้วยนั้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายเช่นนี้ ที่มา : http://www.look4thailand.com<http://www.mthai.com/external.php?url=http%3A%2F%2Fwww.look4thailand.com> • การต้มน้ำหรือชงกาแฟในไมโครเวฟ น้ำที่ต้มในไมโครเวฟบางครั้งอาจระเบิดได้ เพราะ น้ำจะถูกต้มให้มีอุณหภูมิสูงกว่าจุดเดือดของน้ำปกติ (superheated water) ปกติเวลาน้ำเดือดเราจะเห็นฟองอากาศลอยผุดขึ้นผิวน้ำ ฟองอากาศนี้ช่วยลดอุณหภูมิของน้ำให้อยู่ที่จุดเดือดปกติ ถ้าไม่มีฟองอากาศอุณหภูมิของน้ำอาจสูงกว่าจุดเดือดมากจนทำให้เกิดน้ำระเบิดได้ แต่ถ้าไม่มีการระเบิดในเตาไมโครเวฟ การนำน้ำที่ต้มด้วยเตาไมโครเวฟออกมาชงกาแฟเป็นเรื่องร้ายแรงมาก เพราะน้ำที่มีอุณหภูมิสูงกว่าจุดเดือดปกติ เปรียบเสมือนระเบิดเวลา เพราะน้ำที่เดือดแล้วควรจะกลายเป็นไอแต่กลับคงอยู่ในสถานะของเหลว การใส่กาแฟ หรือน้ำตาล หรือแม้กระทั่งถุงชาลงไป จะรบกวนระบบทำให้น้ำกลายเป็นไอและขยายปริมาตรอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นระเบิดน้ำเดือดขนาดย่อม ๆ ซึ่งอาจร้ายแรงมาก นอกจากนี้การระเบิดขณะต้มเส้นสปาเกตตี้ ต้มไข่ และการระเบิดของไข่แดงขณะที่ทำไข่ดาว ก็สามารถอธิบายได้ในทำนองเดียวกัน อ้างอิงจาก http://www.vcharkarn.com/varticle/38375<http://www.mthai.com/external.php?url=http%3A%2F%2Fwww.vcharkarn.com%2Fvarticle%2F38375> ครับ โปรดใช้วิจารณาณในการรับข้อมูล อ่านข้อมูลเรื่อง Superheated Water ต่อได้ที http://en.wikipedia.org/wiki/Superheating<http://www.mthai.com/external.php?url=http%3A%2F%2Fen.wikipedia.org%2Fwiki%2FSuperheating> ครับ * -- อยากทำให้ดีที่สุดตราบเท่าที่ทำได้ โลกไม่ได้ทำให้เรารวยแต่กำเนิด เพราะโลกอยากให้เรารู้ .วิถีแห่งโลก. "มนุษย์แม้จะเป็นสัตว์ประเสริฐ แม้จะชอบการพนันก็ต้องช่วยกันหักห้ามใจ" ٩(͡๏̯͡๏)۶٩(-̮̮̃-̃)۶ ٩(̾●̮̮̃̾•̃̾)۶ วุธ ผู้ชายไม่เคยเหงา -- http://saravutk.multiply.com ติดต่อประธานกลุ่ม [email protected] สมัคร ส่งเมลเปล่าไปที่ [email protected] ลาออก ส่งเมลเปล่าไปที่ [email protected] หรือดูวิธการสมัครโดยละเอียดได้ที่ http://groups-beta.google.com/group/thunderman รับออกแบบระบบคอมพิวเตอร์ เขียนโปรแกรม และทำงบบัญชี ติดต่อ [email protected] ****************************************************************************************** You received this message because you are subscribed to the Google Groups "thunderman" group. To post to this group, send email to [email protected] To unsubscribe from this group, send email to [email protected] For more options, visit this group at http://groups-beta.google.com/group/thunderman
